Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

 

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

 
เนื้อหาย่อย
 
  นิยามของลำดับเลขคณิต

   
  ลำดับเลขคณิต (Arithmic Sequences) คือ ลำดับที่มีผลต่างระหว่างสองพจน์ใด ๆ ที่อยู่ติดกันมีค่าเท่ากัน
ตลอด หรือ ลำดับที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงทีละเท่า ๆ กัน
  ผลต่างร่วม (Common Difference) คือ ผลต่างที่เกิดจากพจน์หลังลบด้วยพจน์หน้าที่อยู่ติดกัน
ของลำดับเลขคณิต ซึ่งเป็นค่าที่บอกให้รู้ว่าลำดับเลขคณิตนั้นเพิ่มขึ้นหรือลดลงทีละเท่าใด เขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ d
  จงหาว่าลำดับ 3, 5, 7, 9, 11 เป็นลำดับเลขคณิตหรือไม่
   
  จากลำดับ 3, 5, 7, 9 11    
  ให้ d เป็นผลต่างระหว่างสองพจน์ที่อยู่ติดกัน    
  จะได้ d1 = 5 - 3 = 2    
    d2 = 7 - 5 = 2    
    d3 = 9 - 7 = 2    
    d4 = 11 - 9 = 2    
  เนื่องจาก ผลต่างระหว่างสองพจน์ที่อยู่ติดกันมีค่าเท่ากันตลอด
  ดังนั้น ลำดับนี้เป็นลำดับเลขคณิต และมีผลต่างร่วมเท่ากับ 2  
ชมวิดีโอ
  จงหาว่าลำดับ -20, -17, -14, -11, -8 เป็นลำดับเลขคณิตหรือไม่
   
  จากลำดับ -20, -17, -14, -11, -8    
  ให้ d เป็นผลต่างระหว่างสองพจน์ที่อยู่ติดกัน    
  จะได้ d1 = -17 - (-20) = 3    
    d2 = -14 - (-17) = 3    
    d3 = -11 - (-14) = 3    
    d4 = -8 - (-11) = 3    
  เนื่องจาก ผลต่างระหว่างสองพจน์ที่อยู่ติดกันมีค่าเท่ากันตลอด
  ดังนั้น ลำดับนี้เป็นลำดับเลขคณิต และมีผลต่างร่วมเท่ากับ 3  
ชมวิดีโอ
  จงหาว่าลำดับ 24, 20, 16, 12, 8 เป็นลำดับเลขคณิตหรือไม่
   
  จากลำดับ 24, 20, 16, 12, 8    
  ให้ d เป็นผลต่างระหว่างสองพจน์ที่อยู่ติดกัน    
  จะได้ d1 = 20 - 24 = -4    
    d2 = 16 - 20 = -4    
    d3 = 12 - 16 = -4    
    d4 = 8 - 12 = -4    
  เนื่องจาก ผลต่างระหว่างสองพจน์ที่อยู่ติดกันมีค่าเท่ากันตลอด
  ดังนั้น ลำดับนี้เป็นลำดับเลขคณิต และมีผลต่างร่วมเท่ากับ -4  
ชมวิดีโอ
  จงหาว่าลำดับ 2, 4, 8, 16, 32 เป็นลำดับเลขคณิตหรือไม่
   
  จากลำดับ 2, 4, 8, 16, 32    
  ให้ d เป็นผลต่างระหว่างสองพจน์ที่อยู่ติดกัน    
  จะได้ d1 = 4 - 2 = 2    
    d2 = 8 - 4 = 4    
    d3 = 16 - 8 = 8    
    d4 = 32 - 16 = 16    
  เนื่องจาก ผลต่างระหว่างสองพจน์ที่อยู่ติดกันมีค่าไม่เท่ากันตลอด
  ดังนั้น ลำดับนี้ไม่เป็นลำดับเลขคณิต  
ชมวิดีโอ
  จงหาว่าลำดับ 5, 9, 13, 16, 20 เป็นลำดับเลขคณิตหรือไม่
   
  จากลำดับ 5, 9, 13, 16, 20    
  ให้ d เป็นผลต่างระหว่างสองพจน์ที่อยู่ติดกัน    
  จะได้ d1 = 9 - 5 = 4    
    d2 = 13 - 9 = 4    
    d3 = 16 - 13 = 3    
    d4 = 20 - 16 = 4    
  เนื่องจาก ผลต่างระหว่างสองพจน์ที่อยู่ติดกันมีค่าไม่เท่ากันตลอด
  ดังนั้น ลำดับนี้ไม่เป็นลำดับเลขคณิต  
ชมวิดีโอ
   
     
สร้างสรรค์โดย

ทีมงานนางฟ้าวิชาคณิต
โรงเรียนบึงมะลูวิทยา
Resolution Support : 1024 x 768